อาการโควิดแต่ละสายพันธุ์ แตกต่างกันยังไงบ้าง?

เชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มมีการระบาดในไทยมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 ซึ่งในขณะนี้มีการระบาดของโควิด-19 ในไทยอยู่ 5 สายพันธุ์ด้วยกัน

บทความนี้เราได้รวบรวมความรู้เกี่ยวกับ เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดในไทยมีสายพันธุ์อะไรบ้าง และแต่ละสายพันธุ์มีอาการแตกต่างกันอย่างไร พร้อมวิธีสังเกตอาการด้วยตัวเองเบื้องต้น

อาการ 5 สายพันธุ์โควิด-19 ที่ระบาดในไทย 

มาดูข้อมูลเบื้องต้นของ 5 สายพันธุ์โควิด-19 ที่เกิดการระบาดในไทย (และเข้ามาในไทย) รวมถึงอาการและลักษณะเฉพาะของเชื้อโควิดแต่ละชนิดกันเลย (ข้อมูลจากเดือนกรกฏาคม 2564)

อาการ 5 สายพันธุ์โควิด-19 ที่ระบาดในไทย 

1. โควิด-19 สายพันธุ์เอส (Serine)

เป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมของเชื้อโควิดที่มีการแพร่ระบาดในช่วงต้นปี 2563 โดยมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน และเป็นสายพันธุ์แรกที่เริ่มมีการระบาดระรอกแรกในไทย ช่วงเดือนมกราคม 2563  ซึ่งในตอนนี้สายพันธ์ุเอส ไม่มีในประเทศไทยแล้ว 

อาการโควิด-19 สายพันธุ์เอส คือ มีไข้ที่อุณหภูมิ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป, มีอาการไออย่างต่อเนื่อง, ลิ้นรับรสชาติไม่ได้, จมูกไม่ได้กลิ่น, หายใจลำบาก รู้สึกหอบเหนื่อย โดยถ้าอาการรุนแรงจะหายใจถี่ เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก รวมถึงไม่สามารถพูดหรือเคลื่อนไหวได้ตามปกติ

2. โควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย (เดลต้า)

เป็นสายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในประเทศอินเดีย และพบว่ามีการแพร่ระบาดครั้งแรกในประเทศไทย ช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 จนมาถึงขณะนี้ก็ยังเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดเป็นวงกว้างอยู่ในบ้านเรา และมีความอันตรายมาก

เนื่องจากการติดเชื้อจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการโควิด-19 คล้ายไข้หวัดธรรมดา หรือในบางรายแสดงอาการน้อยมาก แต่สามารถหลบเลี่ยงและทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง จนทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากมีอาการปอดอักเสบที่เร็วขึ้น และมีอาการรุนแรงในขั้นวิกฤต 

อาการโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย คือ ปวดหัว, ไอ จาม เจ็บคอ มีน้ำมูก คล้ายกับอาการหวัด ในบางรายจมูกไม่ได้กลิ่น หรือลิ้นรับรสชาติไม่ได้ แต่เกิดขึ้นไม่บ่อย และในผู้ติดเชื้อที่มีอายุน้อยก็แทบจะไม่แสดงอาการเลย แต่อยู่ในระยะแพร่เชื้อแล้ว

3. โควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ (แอลฟา)

เป็นสายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในประเทศอังกฤษ โดยเชื้อสามารถแพร่กระจายได้ง่ายกว่าโควิด-19 สายพันธุ์ดั้งเดิมถึง 1.7 เท่า หรือ 40-70% พบว่ามีการแพร่ระบาดครั้งแรกในประเทศไทย ช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 

อาการโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ คือ มีไข้ตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป, หนาวสั่น, เจ็บคอ, มีน้ำมูก, ปวดหัว, หายใจหอบเหนื่อย, มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย, อาเจียนหรือท้องเสีย รวมถึงการรับรส และการได้กลิ่นที่ผิดปกติ

4. โควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ (เบตา)

เป็นสายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ โดยพบว่ามีการแพร่ระบาดในประเทศไทย ช่วงเดือนมกราคม 2564 สำหรับโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ สามารถแพร่ระบาดได้รวดเร็ว และแพร่เชื้อไวขึ้นประมาณ 50% รวมถึงการทำให้แอนติบอดี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายต่อเชื้อต่างๆ ลดลง 

อาการโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ คือ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย, ปวดหัว, ตาแดง, การรับรสชาติและรับกลิ่นผิดปกติ, มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง และนิ้วมือนิ้วเท้าเปลี่ยนสี 

หากเชื้อลงปอดจะมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจถี่ หายใจได้ลำบาก เกิดเสมหะในปอด รวมถึงไม่สามารถพูดหรือเคลื่อนไหวได้ตามปกติ

5. โควิด-19 สายพันธุ์บราซิล (แกมมา)

เป็นสายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในประเทศบราซิล ซึ่งในตอนนี้ยังไม่มีการแพร่ระบาดในบ้านเรา แต่พบจากผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศเข้ามา โดยพักในสถานกักกันของรัฐและไม่มีการแพร่ระบาดออกมาภายนอก

อาการโควิด-19 สายพันธุ์บราซิล มีความรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ด้วยปริมาณเชื้อที่มากกว่าเดิมถึง 10 เท่า มีอัตราการแพร่เชื้อที่สูงกว่าเดิม 1.4-2.2 เท่า และความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้น 10–80%

นอกจากนี้ยังทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง กลุ่มคนอายุน้อยก็ติดเชื้อง่ายขึ้น ทำให้วัคซีนบางชนิดมีประสิทธิผลน้อยลง รวมถึงสามารถแพร่ระบาดสู่กลุ่มคนที่ได้รับวัคซีนได้อีกด้วย

การสำรวจอาการโควิด-19 เบื้องต้นด้วยตัวเอง 

อาการ 5 สายพันธุ์โควิด-19 ที่ระบาดในไทย 

สำหรับอาการในผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะแสดงอาการในแต่ละบุคคลแตกต่างกันออกไป ซึ่งเราจะไม่สามารถแยกได้เองว่าติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ไหน โดยอาการที่พบได้บ่อยเมื่อติดเชื้อโควิด-19 จะคล้ายกับอาการไข้หวัดธรรมดา ได้แก่

  • มีไข้ที่อุณหภูมิตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน
  • มีอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจจะมีเพียงอาการเดียว หรือมากกว่าก็ได้ เช่น เจ็บคอ ไอแห้งและบ่อย มีน้ำมูก หายใจแล้วรู้สึกหอบเหนื่อย หายใจลำบาก
  • อาการอื่นๆ ที่พบร่วมกัน ซึ่งไม่ใช่อาการหลักของโรค ได้แก่ ปวดหัว ท้องเสีย อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย

โดยหากคุณพบว่ามีอาการข้างต้นที่เกี่ยวข้อง ให้ทำการสำรวจตัวเองว่ามีความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่ เพื่อป้องกันการลุกลามของเชื้อที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย และการแพร่ระบาดสู่คนรอบข้าง 

สำหรับประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นดังต่อไปนี้

  • มีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดที่เพิ่งตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่
  • ได้เดินทางไปในบริเวณที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่องมาหรือไม่
  • ได้สัมผัสใกล้ชิดกับบุคคลที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดหรือไม่

หรือช่องทางในการประเมินความเสี่ยงโควิด-19 เพื่อดูว่าตนเองอยู่ในระดับความเสี่ยงใด ได้ที่: https://www.pobpad.com/corona-risk-assessment

เมื่อพบว่ามีความเสี่ยงและมีอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ทำการกักตัวออกจากบุคคลที่พักอาศัยร่วมกัน และเดินทางไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทันที 

โดยสามารถค้นหาจุดตรวจโควิดใกล้คุณ ได้ที่: https://koncovid.com/

เคล็ดลับการป้องกันโควิด-19 เมื่อต้องออกนอกบ้านด้วยรถส่วนตัว

เมื่อต้องออกไปทำธุระนอกบ้านด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่อง ก็อาจมีความเสี่ยงที่จะสัมผัสกับเชื้อโควิด-19 จากกิจกรรมต่างๆ ซึ่งอาจจะติดมากับเสื้อผ้า มือถือ กระเป๋า รองเท้า หรือข้าวของเครื่องใช้ที่ซื้อกลับบ้านได้ 

โดยของทุกอย่างที่ซื้อมาจากข้างนอก รวมถึงเสื้อผ้า รองเท้า และของใช้ส่วนตัวเมื่อออกไปพบเจอผู้คน จะต้องสัมผัสกับบริเวณต่างๆ ภายในรถโดยตรง ทำให้อาจมีเชื้อโควิด-19 ติดเข้ามาภายในรถยนต์ และแพร่กระจายต่อได้

ดังนั้นการป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากโควิดเมื่อต้องออกจากบ้านด้วยรถยนต์ส่วนตัว จึงต้องดูแลให้ทั่วถึงทุกอย่างที่สัมผัส ตั้งแต่ออกเดินทางจนกลับมาถึงบ้าน โดยสามารถทำได้ดังนี้

1. ป้องกันเชื้อเมื่ออยู่บนรถยนต์ส่วนตัวของคุณ

หากเดินทางร่วมกับผู้โดยสารคนอื่น สามารถใช้สเปรย์ฆ่าเชื้อฉีดภายในห้องโดยสารได้บ่อยตามความต้องการ เพื่อช่วยลดโอกาสการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสต่างๆ ในอากาศและสร้างความสบายใจให้กับผู้ร่วมเดินทางด้วย

ป้องกันเชื้อเมื่ออยู่บนรถยนต์ส่วนตัวของคุณ

โดยก่อนจับพวงมาลัย หรือบริเวณที่สัมผัสบ่อยๆ ภายในรถ ควรล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจล 75% ขึ้นไป หรือใช้ทิชชูเปียกแอลกอฮอล์เช็ดมือก่อนสัมผัสทุกครั้ง แต่ในการใช้ก็ต้องระวังให้ดี โดยเฉพาะภายในรถที่มีวัสดุหนัง หากแอลกอฮอล์หกใส่อาจทำให้เกิดรอยด่างหรือสีซีดได้ 

ข้อแนะนำ อย่าทิ้งขวดแอลกอฮอล์เจลทิ้งเอาไว้ในรถ เพราะหากจอดรถตากแดดเอาไว้นานๆ ความร้อนอาจจะทำให้ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อของแอลกอฮอล์ลดลงได้ ทางที่ดีควรนำลงจากรถด้วยทุกครั้ง

2. ทำความสะอาดรถยนต์เมื่อกลับถึงบ้าน

การทำความสะอาดรถยนต์ทุกครั้งหลังใช้งาน เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จำเป็นต้องทำในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เนื่องจากเชื้อสามารถติดจากการสัมผัสบริเวณต่างๆ และมีชีวิตอยู่ได้นานหลายชั่วโมง

ดังนั้นเมื่อกลับถึงบ้านแล้วควรทำความสะอาดรถยนต์ทั้งภายนอกและภายใน แต่ไม่ต้องถึงกับล้างใหม่ โดยแบ่งการทำความสะอาดภายนอกและภายในตัวรถ คือ

  • การทำความสะอาดภายนอกตัวรถ

เพียงใช้ผ้าชุบน้ำผสมแชมพูล้างรถ ในการเช็ดทำความสะอาดภายนอกตัวรถในบริเวณที่สัมผัสบ่อย เช่น มือจับประตู จุดเปิดฝาท้าย ฝาถังน้ำมัน กระจกมองข้าง  

  • การทำความสะอาดภายภายในตัวรถ

ให้ใช้ผ้าชุบน้ำผสมสบู่ในการเช็ดทำความสะอาดให้ทั่ว ทั้งพวงมาลัย คอนโซล หน้ากากแอร์ ราวจับ ปุ่มสตาร์ท แล้วทิ้งเอาไว้ 15 นาที ก่อนที่จะนำผ้าชุบน้ำสะอาดมาเช็ดให้หมดจด

ในส่วนที่เป็นวัสดุหนัง หรือเบาะหนัง ก็ใช้ผ้าชุบน้ำผสมสบู่ในการเช็ดทำความสะอาดเช่นเดียวกัน และหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีหรือแอลกอฮอล์ในการทำความสะอาด เพราะอาจทำให้หนังเสียหายได้ 

ส่วนเบาะผ้าสามารถใช้สเปร์ยฆ่าเชื้อฉีดพ่นลงไป แล้วใช้ไดร์เป่าหรือตากแดดให้แห้ง และอย่าลืมนำพรมปูพื้นรถยนต์ และแผ่นยางรองพื้นออกมาซักล้างทุกครั้งด้วย

รับบริการกับ V Group Honda ช่วยให้รถของคุณปลอดภัยมากขึ้น

สำหรับครอบครัวฮอนด้าที่นำรถยนต์ของคุณเข้ามาใช้บริการ เช็กระยะกับ V Group Honda เรามีบริการพ่นฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสารทุกคัน ฟรี! ให้คุณอุ่นใจปลอดภัยจากเชื้อไวรัส 

รับบริการกับ V Group Honda ช่วยให้รถของคุณปลอดภัยมากขึ้น

และยังได้รับ ฟรี! บริการตรวจสภาพรถยนต์ 25 รายการ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษอื่นๆ มากมาย ให้คุณอุ่นใจในทุกการเดินทาง 

นัดหมายเข้ารับบริการได้ที่: https://vgrouphonda.com/appointment-service/

V Group Honda ห่วงใยในสุขภาพของลูกค้าทุกท่าน โดยที่ศูนย์บริการของเราใส่ใจเรื่องความสะอาดและทำการฆ่าเชื้ออยู่เสมอ มีการจัดแบ่งโซน พร้อมฉากกั้นเว้นระยะห่างสำหรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ 

และยังให้บริการรถยนต์แบบออนไลน์ผ่าน V Group Linked ที่ช่วยลดความแออัดของการรอรับบริการที่ศูนย์ เพียงนัดหมาย นำรถเข้ามาส่ง และกลับมารับเมื่อมีการแจ้งเตือนให้เข้ามารับรถ

สรุปท้ายบทความ

หากคุณต้องการรับบริการกับ V Group Honda ในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 เรามีการบริการรูปแบบใหม่ ที่ตอบสนองในยุค New Normal ให้คุณสามารถเลือกได้ทั้งนัดหมายเข้ารับบริการที่ศูนย์ตามเวลานัดที่ต้องการ หรือปรึกษาปัญหารถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ในรูปแบบ Virtual เสมือนจริงได้ 

นอกจากนี้ลูกค้าที่สนใจออกรถใหม่ เราก็ยังมีบริการ Virtual Test Drive ที่จะพาคุณสัมผัสประสบการณ์ของการเยี่ยมชมรถแบบออนไลน์ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ โดยสามารถติดต่อหรือนัดหมายรับบริการกับเราได้จากทุกช่องทางเลยครับ